Leaky Gut Syndrome (ภาวะลําไส้รั่วซึม)

ภาวะลําไส้รั่วซึม (Leaky Gut Syndrome) เป็นภาวะการทํางานของลําไส้ผิดปกติที่พบได้บ่อยมากในปัจจุบัน โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาวะลําไส้ทะลุ หรือลําไส้เป็นแผล ดังนั้นการตรวจทางลําไส้ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการกลืนแป้ง เอ็กซเรย์ลําไส้ หรือส่องกล้องอาจจะตรวจไม่พบอาการผิดปกติอย่างใด (เพราะเป็นการตรวจหาความผิดปกติทางกายวิภาค) แต่ภาวะนี้เป็นการผิดปกติในการทํางาน ซึ่งเกิดจากผนังลําไส้มีการอักเสบ และเซลผนังลําไส้มีอาการบวม ทําให้รอยต่อระหว่างผนังลําไส้ที่เคยผนึกกันอย่างเหนียวแน่นเกิดการแยกออก ทําให้สารต่าง ๆ ที่ไม่เคยผ่านเข้าออกทางเซลผนังลําไส้เกิดการรั่วซึมผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ ซึ่งจะส่งผลดังต่อไปนี้

1. การดูดซึมสารอาหาร โดยเซลผนังลําไส้ทํางานได้แย่ลง ทําให้เกิดการขาดสารอาหารที่จําเป็นได้

2. การรั่วซึมผ่านของเชื้อโรค หรืออาหาร ทําให้เกิดอาการติดเชื้อ เช่น รา หรือภาวะแพ้อาหารแฝง

3. การรั่วซึมผ่านของสารพิษ หรือสารเคมีที่ไม่เคยผ่านเข้ามาได้ ทําให้เกิดการทํางานของเซลที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น อาการเหนื่อยเมื่อยล้า สมองทํางานแย่ลง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทําให้ภูมิคุ้มกันทํางานแปรปรวน ภาวะภูมิคุ้มกันไวเกิน ภาวะภูมิคุ้มกันทําลายตนเอง เป็นต้น

4. การอักเสบของร่างกาย ซึ่งนําพาไปสู่การสร้างสารกึ่งฮอร์โมนที่ทําให้เกิดความอ้วน

สาเหตุของภาวะลําไส้รั่วซึม (Leaky Gut Syndrome) 

  1. การเร่งรีบทานอาหาร เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด 
  2. ทานอาหารสําเร็จรูปบ่อย อาหารที่ขาดใยอาหาร อาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาลสูงสารปรุงแต่งในอาหาร
  3. การทานยาบางชนิดบ่อย ๆ และนาน ๆ เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาลดกรดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS
  4. การดื่มสุรา แอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ กาแฟ
  5. ความเครียดเรื้อรัง
  6. โรคติดเชื้อ โรคเจ็บป่วยเรื้อรัง โรคในระบบทางเดินอาหาร
  7. ภาวะแพ้อาหารแฝง เชื้อราในลําไส้ เชื้อโรคในลําไส้
  8. อายุที่มากขึ้น

อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะลําไส้รั่วซึม (Leaky Gut Syndrome) 

1.อาการขาดสารอาหาร 

2.ผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรังแบบต่าง ๆ ที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่นผื่นแพ้ ผื่นผดคัน สิวเรื้อรัง ผื่นผิวหนังอักเสบคล้ายรังแค   Seborrheic dermatitis

3.อาการท้องอืด จุกเสียด มีลม มีแก๊สในลําไส้ ผายลมบ่อย ท้องอืดบวม ๆ ยุบ ๆ โดยเฉพาะหลังอาหารมือใหญ่ ๆ ภาวะกรดไหลย้อน ท้องผูก ท้องเสีย 

4.อาการเหนื่อยอ่อนเพลีย หาสาเหตุไม่เจอ สมรรถภาพของร่างกายลดลงสมองทํางานไม่ดี หลง ๆ ลืม ๆ สมาธิสั้น ง่วงนอนบ่อย กระวนกระวาย กระสับกระส่าย ไม่อยู่นิ่ง

5.โรคแพ้ภูมิตนเอง โรคเอสแอลอี โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคสะเก็ดเงิน

6.ภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน ลดน้ำหนักยาก

Ig G Food Allergy (การแพ้อาหารแฝง)

ภาวะแพ้อาหาร คือภาวะที่ร่างกายมีปฏิกิริยากับอาหารที่เราทานเข้าไป (ซึ่งปกติคนที่สุขภาพดีทั่ว ๆ ไปจะไม่เป็น) ปฏิกิริยานี้เกิดจากเม็ดเลือดขาวสร้างภูมิคุ้มกันต่ออาหารนั้น ๆ (เหมือนกับปฏิกิริยาที่ร่างกายทําลายเชื้อโรคนั้นเอง) โดยเม็ดเลือดขาวจะสร้างภูมิคุ้มกัน (Antibody หรือ Immunoglobulin – Ig) ไปทําลายอาหารซึ่งโดยส่วนใหญ่ หลายคนจะรู้จักการแพ้อาหารนี้ ในแบบการแพ้จริง คือกินอาหารแล้วแพ้เป็นผื่นลมพิษหรือปากบวม แต่การแพ้อาหารแบบแฝงนี้ พบได้มากกว่าและหลายคนไม่ค่อยรู้จัก และไม่รู้ว่าตัวเองมีภาวะนี้อยู่ การแพ้อาหารแบบแฝงนี้มีข้อแตกต่าง จากภาวะแพ้อาหารจริงที่หลาย ๆ คนรู้จัก ดังนี้

การแพ้อาหารจริง lg E food allergy

  • ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันชนิด Ig E และทําให้เกิดการหลั่งสาร Histamine ซึ่งจะทําให้มีอาการเป็นผื่น บวม นูน และคัน ที่เราเรียกว่า ลมพิษนั่นเองหรืออาจจะทําเกิดปากบวม หลอดลมตีบ จาม คัดแน่นจมูก เป็นต้น
  • อาการแพ้มักจะเกิดขึ้นเร็ว ภายหลังทานอาหารที่แพ้นั้นภายในไม่เกิน1-12  ชั่วโมง หลังทานอาหาร
  • จํานวนชนิดที่แพ้ มักมีไม่กี่รายการ
  • เจ้าตัวมักทราบ ชนิดอาหารที่แพ้อยู่แล้ว
  • แต่ในบางครั้งสารที่แพ้นั้นอาจจะไม่ใช่ของที่กิน เช่น ตัวไรในฝุ่น ขนหมา ขนแมว เกสรดอกไม้ เจ้าตัวก็อาจจะไม่ทราบซึ่งอาจจจะทดสอบได้โดยการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง หรือเจาะเลือดตรวจ

  • การรักษาก็คือต้องงดอาหารที่แพ้ตลอดชีวิต เพราะหากทานเมื่อไรก็จะมีอาการเมื่อนั้น และกินยาบรรเทาตามอาการไป

การแพ้อาหารแฝง lg G food allergy

  • ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันชนิด lg G ซึ่งไม่ทําให้เกิดการหลังสาร Histamine อาการแพ้ จึงมักไม่มีอาการแสดงออกชัดเจน อาจมีอาการเพียงท้องอืด จุกเสียด มีลมมาก มึนงง อ่อนเพลีย
  • พบว่าการแพ้อาหารชนิดนี้เกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วยเรื้อรังหลายชนิดที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น ผื่นแพ้ผิวหนังเรื้อรังหาสาเหตุไม่ได้ สิวเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่ โรคอ้วน โรคแพ้ภูมิตัวเอง สมาธิสั้น ความจําไม่ดี อ่อนเพลียเรื้อรัง
  • อาการอาจเกิดขึ้นช้า 24-72 ชั่วโมง หลังทานอาหารที่แพ้
  • จํานวนที่แพ้ มักพบร่วมกันหลายรายการ
  • เจ้าตัวมักไม่ทราบชนิดอาหารที่แพ้และมักชอบทานอาหารนั้นเป็นประจํา
  • ทดสอบได้โดยการเจาะเลือดตรวจ” ด้วยวิธีเฉพาะซึ่งความแม่นยําขึ้น กับมาตรฐานและจํานวนชนิดของอาหารที่ทําการตรวจ
  • การรักษาก็คือ งดอาหารชนิดที่แพ้ 3-6 เดือน ก็สามารถกลับมาทานอาหารนั้นใหม่ได้ โดยไม่มีอาการนั้น ๆ อีก

การเจาะเลือดตรวจ* สามารถทําการตรวจได้ทั้ง lg G และ lg E โดยเจาะเลือดจากปลายแขน (ในเด็กเล็ก อาจเจาะจากปลายนิ้วได้) ตรวจในเวลาใดก็ได้โดยไม่มีความจําเป็น ต้องงดอาหารมาก่อน (แต่จะให้ดีอาจตรวจภายหลังจากมื้อทานอาหารแล้วอย่างน้อย 1 ชั่วโมง) หากท่านทานยาแก้แพ้ แก้อักเสบอาจจะต้องแจ้งให้แพทย์ผู้ตรวจทราบล่วงหน้าด้วย

Dysbiosis/Yeasts (ภาวะยีสต์ในลําไส้)

ในลําไส้ของเราถึงแม้จะมีเชื้อโรคอยู่หลากหลายชนิด แต่ไม่ได้หมายความว่าเชื้อโรค เหล่านั้นจะก่อให้เกิดโรคหรือปัญหาเสมอไป แต่กลับมีประโยชน์ต่อร่างกายในการช่วยสร้างวิตามินที่สําคัญบางชนิด สร้างกรดไขมัน หรือควบคุมเชื้อโรคอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดปัญหา ไม่ให้เจริญเติบโตมากจนเกินไป เราเรียกเชื้อโรคเหล่านั้นว่า Normal Flora หรือ Probiotics

ในขณะเดียวกันก็มีเชื้อโรคอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหากมีในปริมาณปกติก็ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาแก่ร่างกาย แต่หากเชื้อโรคชนิดดีลดน้อยลงไปจนเกิดความไม่สมดุล ก็จะทําให้เชื้อโรคเหล่านี้ เจริญเติบโตและก่อให้เกิดปัญหาต่อร่างกายได้ เชื้อโรคเหล่านี้ ได้แก่ เชื้อรา (Yeasts) เชื้อแอนแอโรบส์ (Anaerobes) ซึ่งภาวะเสียสมดุลนี้เราเรียกว่า Dysbiosis

สาเหตุของภาวะยีสต์ในลําไส้

  • เคี้ยวอาหารเร็วเกินไป 
  • กรดในกระเพาะน้อย 
  • น้ำย่อยจากตับอ่อนน้อย 
  • ทานยาปฏิชีวนะนาน ๆ
  • เครียด 
  • โรคเจ็บป่วยเรื้อรัง
  • ชอบทานอาหารหวาน แป้ง
  • การเปลี่ยนฮอร์โมน 
  • การตั้งครรภ์
  • ยาคุมกําเนิด
  • ยาสเตียรอยด์ 
  • เบาหวาน

กลุ่มอาหารที่สงสัยว่าอาจมีภาวะเชื้อราในลําไส้

 อาการที่เกี่ยวข้องพบได้ทั่วไป

  •  ชอบทานของหวาน น้ำตาล
  •  ชาปลายมือ ปลายเท้า
  •  สิว
  • หอบหืด
  • Eczema
  • Scleroderma

 

  • ไซนัสอักเสบ
  • Lupus
  • Rheumatoid
  • Multiple sclerosis
  • Myasthenia gravis
  • Crohn’s disease

อาการในเด็กทารก

  • เป็นหวัดบ่อย
  • หูน้ำหนวก
  • กระสับกระส่ายง่าย
  • ปัญหาการนอน
  • ปัญหาการย่อยอาหาร

อาการในเด็กวัยเรียน วัยรุ่น

  • เหนื่อยง่าย
  • ปัญหาการเรียน
  • สมาธิสั้น
  • ซึมเศร้า
  • แพ้อาหาร แพ้สารเคมีหลายตัว
  • หงุดหงิดง่าย
  • ปวดศีรษะ

 

อาการในผู้หญิง

  • ปวดประจําเดือน
  • ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบ่อย
  • ตกขาวคันในช่องคลอด มีกลิ่น
  • ปวดเจ็บเวลาร่วมเพศ
  • คันช่องคลอด
  • เอ็นโดเม็ททริโอซิส
  • เป็นหมัน

อาการในผู้ชาย

  • เหนื่อยง่าย
  • ปวดศีรษะ
  • ปัญหาทางเดินอาหาร
  • ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ
  • ซึมเศร้า ความจําไม่ดี
  • แพ้อาหาร แพ้สารเคมี
  • หย่อนสมรรถภาพทางเพศ