
บทความสุขภาพและชะลอวัย · 5 ก.พ. 2569
“เหล็ก” ก็ทำร้ายตับได้ไม่แพ้แอลกอฮอล์
เหล็กไม่ใช่ยิ่งมากยิ่งดี งานวิจัยชี้ว่าเหล็กส่วนเกินสามารถกระตุ้นการอักเสบระดับเซลล์ผ่านกลไก ADAM17 และเร่งความเสื่อมของตับได้ การดูแลสุขภาพตับจึงต้องมองลึกกว่าค่าเอนไซม์ ไปถึงสมดุลแร่ธาตุ และการอักเสบภายในร่างกาย
เมื่อ “เหล็ก” มากเกินไป อาจไม่ใช่เรื่องเล็กของตับอย่างที่คิด
หลายคนรู้ว่า ธาตุเหล็กจำเป็นต่อร่างกาย แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่า
“เหล็กที่มากเกินไป” สามารถกลายเป็นตัวกระตุ้นการอักเสบ และเร่งความเสื่อมของตับได้
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ได้เปิดเผยกลไกสำคัญที่เชื่อมโยง
งานวิจัยนี้ศึกษาอะไร?
นักวิจัยศึกษาผู้ป่วย ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ขั้นรุนแรง (Severe Alcoholic Hepatitis – SAH) และเปรียบเทียบระหว่าง
- กลุ่มที่มี เหล็กสะสมในตับสูง
- กับกลุ่มที่ ไม่มีภาวะเหล็กเกิน
ผลที่พบคือ ผู้ป่วยที่มีเหล็กสะสมมาก
มีการอักเสบของตับรุนแรงกว่า และมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าอย่างชัดเจน
เหล็กเกิน ทำร้ายตับได้อย่างไร?
งานวิจัยพบว่า เมื่อเหล็กสะสมในเซลล์ตับ และเซลล์ภูมิคุ้มกัน (macrophages) จะเกิดสิ่งสำคัญ 3 อย่างพร้อมกัน
1.เกิด “ภาวะเครียดออกซิเดชัน” (Oxidative Stress)
เหล็กส่วนเกินทำให้เกิดปฏิกิริยา Fenton reaction
ซึ่งสร้างอนุมูลอิสระจำนวนมาก
→ ทำลายเซลล์ตับ
→ เร่งการเสื่อม และการตายของเซลล์
2.กระตุ้นเอนไซม์ ADAM17 ตัวเร่งการอักเสบ
เหล็กที่มากเกินไปจะไปกระตุ้นเอนไซม์ชื่อ ADAM17
เอนไซม์นี้มีหน้าที่ “ตัด และปล่อย” สารก่อการอักเสบออกสู่กระแสเลือด
ผลลัพธ์คือ
- ระดับ TNF-α (สารก่อการอักเสบหลัก) สูงขึ้น
- ร่างกายเข้าสู่ภาวะอักเสบเรื้อรังอย่างรุนแรง
3.ตัวชี้วัดอันตรายเพิ่มขึ้นในผู้ที่อาการแย่
ผู้ป่วยที่อาการรุนแรงหรือเสียชีวิต มีระดับเหล็กในเลือด
- Ferritin
- sCD163
- TNF-α
สูงกว่าผู้ที่รอดชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งชี้ว่า เหล็กเกินไม่ใช่แค่ผลข้างเคียง แต่เป็นตัวขับโรคโดยตรง
💡 ข่าวดีจากงานวิจัย: ภาวะนี้ “ชะลอได้”
นักวิจัยพบว่า เมื่อใช้วิธี ลดเหล็กส่วนเกิน (Iron Chelation) สามารถ
- ลดการทำงานของ ADAM17
- ลดการอักเสบ
- ลดภาวะเครียดออกซิเดชันในเซลล์ได้
นั่นหมายความว่า
การจัดการเหล็กอย่างเหมาะสม อาจเป็นแนวทางสำคัญในการดูแลตับ และลดความรุนแรงของโรคในอนาคต
บทเรียนสำคัญจากงานวิจัยนี้
- เหล็กไม่ใช่ยิ่งมากยิ่งดี
- เหล็กเกินสามารถกระตุ้นการอักเสบระดับเซลล์ได้จริง
- ตับเป็นอวัยวะแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบ
- การดูแลสุขภาพตับ ไม่ควรมองแค่ค่าเอนไซม์ แต่ต้องมองถึง สมดุลแร่ธาตุ และการอักเสบ
ภาวะเหล็กเกินคือ “ตัวเร่งเงียบ” ของการอักเสบ และความเสื่อมของตับ
การรู้เท่าทัน ตรวจให้เจอ และจัดการให้เหมาะสม
คือกุญแจสำคัญของการดูแลสุขภาพตับในระยะยาว
แนวทางเสริมในการดูแลภาวะเหล็กเกิน และสุขภาพตับ
จากงานวิจัยจะเห็นว่า ภาวะเหล็กส่วนเกิน และการอักเสบระดับเซลล์ มีบทบาทสำคัญต่อความรุนแรงของโรคตับ
นอกจากการปรับพฤติกรรม การติดตามค่าทางห้องปฏิบัติการ และการดูแลโดยแพทย์แล้ว
ในทางเวชศาสตร์บูรณาการ ยังมีแนวทางที่ช่วย “ลดภาระของเหล็กอิสระ และสารก่อการอักเสบ” ในกระแสเลือด
หนึ่งในนั้นคือ กระบวนการ DFPP (Double Filtration Plasmapheresis)
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการคัดกรองโมเลกุลขนาดใหญ่ เช่น
เหล็กอิสระ, สารอักเสบ และตัวกระตุ้นการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับกลไก ADAM17
เพื่อช่วยลดภาวะ oxidative stress และสนับสนุนการฟื้นตัวของค่าตับในผู้ที่มีภาวะเหล็กเกิน หรือการอักเสบเรื้อรัง
ทั้งนี้ การเลือกใช้แนวทางดังกล่าวควรอยู่ภายใต้การประเมินที่เหมาะสม และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเป็นรายบุคคล
อ้างอิงจากบทงานวิจัย
Maras, J. S., Das, S., Sharma, S., Sukriti, S., Kumar, J., Vyas, A. K., Kumar, D., Bhat, A., Yadav, G., Choudhary, M. C., Sharma, S., Kumar, G., Bihari, C., Trehanpati, N., Maiwall, R., & Sarin, S. K. (2018). Iron-overload triggers ADAM-17 mediated inflammation in severe alcoholic hepatitis. Scientific Reports, 8, 10264.
DOI:10.1038/s41598-018-28483-x
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
S-MART AWC · 01
สำนักงานใหญ่ (ประเสริฐมนูกิจ)
ที่อยู่ อาคาร S-Mart AWC เลขที่ 35/2 ซอยประเสริฐมนูกิจ 29 (เมย์แล็บ) ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
S-MART AWC · 02
สาขา Inter (เพลินจิต–ชิดลม)
ที่อยู่ ห้อง G102 ชั้น G ศูนย์การค้าเพรสซิเด้นท์ ทาวเวอร์ (เชื่อมต่อโรงแรม Inter Bangkok) 973 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330


