
บทความสุขภาพและชะลอวัย · 28 ต.ค. 2569
รู้ทันโรคไขมันพอกตับ
โรคไขมันพอกตับที่สัมพันธ์กับความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม (MASLD) อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการชัดเจน และมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยง เช่น อ้วนลงพุง ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง ไตรกลีเซอไรด์สูง และไขมัน HDL ต่ำ การมีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อร่วมกันอาจสัมพันธ์กับโอกาสพบพังผืดในตับที่เพิ่มขึ้น การประเมินความเสี่ยงโดยแพทย์ การดูแลอาหาร การควบคุมน้ำหนัก และการออกกำลังกายสม่ำเสมอ จึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพตับระยะยาว
เช็คปัจจัยเสี่ยงรอบตัวที่บอกว่าคุณควรไปตรวจสุขภาพตับ
ในยุคที่พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการกินอาหารเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาสุขภาพหนึ่งที่แฝงตัวมาอย่างเงียบๆ คือ "โรคไขมันพอกตับ" โดยเฉพาะโรคไขมันพอกตับที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบเมตาบอลิซึม (MASLD) ซึ่งไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว แต่มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับโรคอ้วน เบาหวาน และโรคทางระบบเผาผลาญอื่นๆ
ความน่ากังวลของภาวะนี้คือ เมื่อปล่อยไว้นานโดยไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาจนำไปสู่การเกิด "ภาวะพังผืดในตับ" ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของตับในระยะยาว การรู้ตัวและประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นจึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้เราดูแลสุขภาพได้อย่างทันท่วงที
5 สัญญาณเตือนของความผิดปกติทางระบบเผาผลาญ (Metabolic Risk Factors)
การประเมินว่าเรามีความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับและพังผืดในตับหรือไม่ สามารถสังเกตเบื้องต้นได้จากปัจจัยทางสุขภาพ 5 ประการ ดังนี้
- ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง การมีดัชนีมวลกายเกินเกณฑ์ หรือมีรอบเอวที่เกินมาตรฐาน
- ความดันโลหิตสูง ระดับความดันโลหิตสูงกว่าเกณฑ์ปกติ หรือกำลังรับประทานยาลดความดัน
- ระดับน้ำตาลในเลือดสูง มีภาวะก่อนเบาหวาน หรือเป็นโรคเบาหวาน
- ไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงกว่าปกติ
- ไขมันดี (HDL) ต่ำ ระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการคัดกรองสุขภาพตับ?
การประเมินความเสี่ยงภาวะพังผืดในตับ พบว่าเราสามารถใช้ปัจจัยสุขภาพข้างต้นมาเป็นเกณฑ์ในการสังเกตตัวเองได้ดังนี้:
- กลุ่มที่ควรเริ่มใส่ใจ (มีปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป): หากคุณมีปัจจัยเสี่ยง 2 ข้อ (เช่น อ้วนลงพุงร่วมกับความดันโลหิตสูง) อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายเริ่มมีความเสี่ยงต่อภาวะพังผืดในตับ การปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของตับเพิ่มเติมเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
- กลุ่มที่มีความเสี่ยงปานกลางถึงสูง (มีปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป): ผู้ที่มีความผิดปกติทางระบบเผาผลาญ 3 ประการขึ้นไป ถือเป็นกลุ่มที่มีความชัดเจนในการเข้าข่ายความเสี่ยง แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียด
- กลุ่มที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ: ผู้ที่เป็น "โรคเบาหวาน" หรือ "โรคอ้วน" ร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีกอย่างน้อย 2 ข้อ จัดเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการคัดกรองสุขภาพตับอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์
ในทางกลับกัน หากสำรวจแล้วพบว่าตนเองมีปัจจัยเสี่ยงน้อยกว่า 2 ข้อ โอกาสที่จะพบภาวะพังผืดรุนแรงในตับถือว่ามีค่อนข้างน้อยมาก อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันยังคงเป็นสิ่งสำคัญ
เริ่มต้นดูแลตับตั้งแต่วันนี้
โรคไขมันพอกตับในระยะเริ่มต้นสามารถดูแล และปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เช่น การควบคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดของหวานและของทอด รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
หากคุณพบว่าตนเองมีปัจจัยเสี่ยงเข้าข่าย การนัดหมายแพทย์เพื่อเจาะเลือดดูค่าการทำงานของตับ หรือการตรวจอัลตราซาวนด์ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้คุณวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
เอกสารอ้างอิง
Song, B. G., Goh, M. J., Kang, W., Gwak, G.-Y., Paik, Y.-H., Choi, M. S., Lee, J. H., & Sinn, D. H. (2026). Optimal screening criteria for metabolic dysfunction-associated steatotic liver disease with fibrosis. Annals of Hepatology, 31, 102199. https://doi.org/10.1016/j.aohep.2026.102199
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
S-MART AWC · 01
สำนักงานใหญ่ (ประเสริฐมนูกิจ)
ที่อยู่ อาคาร S-Mart AWC เลขที่ 35/2 ซอยประเสริฐมนูกิจ 29 (เมย์แล็บ) ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
S-MART AWC · 02
สาขา Inter (เพลินจิต–ชิดลม)
ที่อยู่ ห้อง G102 ชั้น G ศูนย์การค้าเพรสซิเด้นท์ ทาวเวอร์ (เชื่อมต่อโรงแรม Inter Bangkok) 973 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330


