สิทธิพิเศษสำหรับผู้จองผ่านเว็บไซต์
EN

บทความสุขภาพและชะลอวัย · 23 ต.ค. 2569

หลุมสิวไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แต่ละประเภทมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน

หลุมสิวไม่ได้มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด โดยแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Ice Pick Scar หลุมสิวแบบจิก, Boxcar Scar หลุมสิวแบบกล่อง และ Rolling Scar หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ ซึ่งอาจตอบสนองต่อการรักษาแตกต่างกัน แนวทางที่แพทย์อาจพิจารณา ได้แก่ TCA CROSS, Fractional Laser, Microneedling RF และ Subcision ทั้งนี้ การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับชนิด ความลึกของหลุมสิว สภาพผิว และการประเมินโดยแพทย์ เพื่อวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

โดย S-Mart Clinicเผยแพร่เมื่อ 23 ต.ค. 2569 · 5 ครั้ง

หลุมสิวไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แต่ละประเภทมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน

ปัญหาหลุมสิวเป็นร่องรอยกวนใจหลังสิวหายที่ทำลายความมั่นใจของใครหลายคน เมื่อสกินแคร์ทั่วไปไม่สามารถตอบโจทย์การเติมเต็มหลุมสิวที่ลึกได้ การพึ่งพานวัตกรรมทางการแพทย์จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่คำถามที่หลายคนสงสัย และมักจะถามแพทย์อยู่เสมอคือ "หลุมสิวแต่ละแบบ มีการดูแลเหมือนกันไหม?"

3 ประเภทหลุมสิว และแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

1.Ice Pick Scar (หลุมสิวแบบจิก) ลักษณะจะเป็นรอยจิกแคบๆ แต่ลึกลงไปในชั้นผิว ซึ่งคุณหมอระบุว่าเป็นหลุมสิวที่อาจจะรักษายากที่สุด

  • วิธีรักษา: สำหรับหลุมสิวประเภทนี้ จะใช้ยาที่เรียกว่า "TCA" (Trichloroacetic Acid) แต้มลงไปบริเวณหลุมสิว
  • หลักการทำงาน: การแต้มยา TCA จะทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวบริเวณนั้น ซึ่งกระบวนการนี้จะไปกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดการซ่อมแซมและรักษาตัวเองจากภายใน

2.Boxcar Scar (หลุมสิวแบบกล่อง) และ 3.Rolling Scar (หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ) หลุมสิวแบบกล่องจะมีขอบชัดเจนคล้ายกล่อง ส่วนแบบแอ่งกระทะจะมีลักษณะเป็นรอยบุ๋มโค้งมนกว้างๆ สำหรับหลุมสิวสองประเภทนี้ แนะนำว่าสามารถใช้กลุ่มวิธีการรักษาที่คล้ายคลึงกันได้

  • วิธีรักษา: มีนวัตกรรมหลากหลายที่ตอบโจทย์ ได้แก่ การทำ Fractional Laser, การใช้ Microneedle RF หรือการทำ Subcision
  • ไฮไลท์สำคัญ: คุณหมอเน้นย้ำว่า "การตัดพังผืด" หรือการทำ Subcision นั้น เป็นวิธีที่จะช่วยในการรักษาหลุมสิวทั้งแบบกล่องและแบบแอ่งกระทะได้ค่อนข้างดีมาก เพราะเป็นการเข้าไปตัดพังผืดที่รั้งผิวอยู่ด้านล่างออก ทำให้ผิวสามารถฟื้นฟู และตื้นขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมถึงไม่ควรซื้อยามารักษาหลุมสิวเอง?

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าหลุมสิวแต่ละจุดบนใบหน้าของเราอาจเป็นหลุมสิวคนละประเภทกัน การเลือกใช้เครื่องมือ เลเซอร์ หรือตัวยา จึงต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์ เพื่อออกแบบการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) ให้ตรงกับลักษณะหลุมสิวของแต่ละบุคคลมากที่สุด

เคล็ดลับการดูแลผิวหลังรักษาหลุมสิว

เพื่อให้ผลลัพธ์การรักษาจากแพทย์ออกมาดีที่สุด การดูแลตัวเองหลังทำก็สำคัญไม่แพ้กัน

  • เน้นความชุ่มชื้น: ทามอยส์เจอไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ไว
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด: ทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพราะผิวหลังทำเลเซอร์หรือแต้มยาจะไวต่อแสงแดดมาก
  • งดการแกะเกา: ปล่อยให้สะเก็ด (ถ้ามี) หลุดลอกออกไปเองตามธรรมชาติ เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำ

สรุป การรักษาหลุมสิวไม่สามารถใช้วิธีเดียวหรือเครื่องมือเดียวจัดการได้กับทุกปัญหา หลุมสิวแบบจิกต้องอาศัยการแต้มยาเพื่อกระตุ้นผิว ในขณะที่หลุมสิวแบบกล่อง และแอ่งกระทะจะตอบสนองได้ดีกับเลเซอร์ คลื่นวิทยุ และการตัดพังผืด หากคุณกำลังมีปัญหาหลุมสิว แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิว และวางแผนการรักษาที่ตรงจุดที่สุด

THANABOON PONGSAOWAKON, M.D.

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

CONTACT US · S-MART AWC

สอบถามเพิ่มเติม / สำรองคิว

ส่งข้อมูลหรือรูปปรึกษาคุณหมอเพิ่มเติม จองสิทธิ์โปรโมชั่น ทักหาแอดมินสาขาที่สะดวกได้เลยค่ะ

ที่อยู่ อาคาร S-Mart AWC เลขที่ 35/2 ซอยประเสริฐมนูกิจ 29 (เมย์แล็บ) ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230

ที่อยู่ ห้อง G102 ชั้น G ศูนย์การค้าเพรสซิเด้นท์ ทาวเวอร์ (เชื่อมต่อโรงแรม Inter Bangkok) 973 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330