
บทความสุขภาพและชะลอวัย · 18 ก.ค. 2569
"ไทรอยด์แฝง" ตัวการสำคัญที่ทำให้ฝ้ารุนแรงขึ้น
ฝ้าอาจไม่ได้เกิดจากแสงแดดหรือฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว งานวิจัยปี 2025 พบความเชื่อมโยงระหว่างความรุนแรงของฝ้าและระดับ Anti-TPO antibodies ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ภาวะภูมิคุ้มกันต่อไทรอยด์ แม้บางรายจะยังไม่มีอาการไทรอยด์ชัดเจน การตรวจประเมินระบบภายในจึงอาจช่วยให้วางแผนดูแลฝ้าเรื้อรังได้ตรงจุดมากขึ้น
"ไทรอยด์แฝง" ตัวการสำคัญที่ทำให้ฝ้ารุนแรงขึ้น
คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ที่รักษาฝ้าเท่าไหร่ก็ไม่จางลง? ทายาก็แล้ว เลเซอร์ก็แล้ว แต่รอยดำยังคงกวนใจ ข้อมูลใหม่จากวงการแพทย์ผิวหนังปี 2025 อาจมีคำตอบที่คุณตามหา เมื่อนักวิจัยค้นพบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่าง "ฝ้า" (Melasma) และ "ระบบภูมิคุ้มกันของต่อมไทรอยด์" ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ถูกมองข้ามไป
จุดเริ่มต้น เมื่อฝ้าไม่ได้เกิดจากแค่แดด
เราทราบกันดีว่า ฝ้า เกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม ฮอร์โมน และแสงแดด (UV) แต่ล่าสุด งานวิจัยได้หันมาสนใจกลไกของ ระบบภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmunity) โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับต่อมไทรอยด์ ว่าอาจมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ
การค้นพบใหม่ ค่า Anti-TPO สูง สัมพันธ์กับฝ้าที่รุนแรง
งานวิจัยโดย Al-Ansare และ Khine (2025) ได้ทำการศึกษาในผู้หญิงจำนวน 100 คน โดยเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่เป็นฝ้า และคนทั่วไปที่มีสุขภาพดี ผลการศึกษาพบข้อมูลที่น่าตกใจดังนี้
- ระดับแอนติบอดีสูงกว่าในคนเป็นฝ้า ผู้ที่เป็นฝ้ามีระดับ Anti-TPO antibodies (แอนติบอดีที่บ่งบอกถึงภาวะภูมิคุ้มกันต่อไทรอยด์) ในเลือดสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
- ยิ่ง Anti-TPO สูง ฝ้ายิ่งรุนแรง เมื่อวิเคราะห์ในกลุ่มคนที่เป็นฝ้า พบว่าระดับของ Anti-TPO มีความสัมพันธ์โดยตรงกับคะแนนความรุนแรงของฝ้า (mMASI score) หมายความว่า ยิ่งค่าแอนติบอดีนี้สูง ฝ้าก็มีแนวโน้มจะเข้ม และขยายวงกว้างมากขึ้น
- ภาวะแฝงที่มองไม่เห็น สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่ได้ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคไทรอยด์แบบแสดงอาการชัดเจน (Overt thyroid dysfunction) แต่การมีระดับ Anti-TPO ที่สูงขึ้นแบบแฝง (Subclinical elevation) ก็เพียงพอที่จะส่งผลต่อความรุนแรงของฝ้าได้

ใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?
จากข้อมูลในงานวิจัย กลุ่มเสี่ยงที่พบความสัมพันธ์นี้ได้ชัดเจนที่สุดคือ
- ผู้ที่มีอายุมากขึ้น ความรุนแรงของฝ้า และระดับ Anti-TPO มักเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 41-50 ปี
- ผู้ที่รักษาฝ้าไม่หาย หากคุณดูแลผิวดีแล้ว หลบแดดแล้ว แต่ฝ้ายังรุนแรงระดับปานกลางถึงมาก อาจมีสาเหตุมาจากระบบภายใน
คำแนะนำ ตรวจก่อนรักษา เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า
หากคุณกำลังเผชิญปัญหาฝ้าเรื้อรัง งานวิจัยนี้แนะนำแนวทางใหม่ในการดูแลตัวเอง
- พิจารณาตรวจเลือด การตรวจหาค่า Anti-TPO antibodies อาจเป็นประโยชน์ในการประเมินสาเหตุของฝ้า โดยเฉพาะในเคสที่รักษายาก
- รักษาแบบองค์รวม หากพบว่ามีความผิดปกติของภูมิคุ้มกันไทรอยด์ การรักษาร่วมกับแพทย์เฉพาะทางอาจช่วยให้การรักษาฝ้าด้วยยาทา หรือเลเซอร์ ได้ผลดียิ่งขึ้น
บทสรุป
ฝ้าอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่มากกว่าแค่เรื่องความสวยงาม งานวิจัยปี 2025 ยืนยันแล้วว่า ภูมิคุ้มกันไทรอยด์ (Anti-TPO) มีผลต่อความรุนแรงของฝ้า การเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้คุณ และแพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด เพื่อผิวใส และสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก
Al-Ansare, N. J. H., & Khine, T. H. (2025). The relationship between melasma and thyroid dysfunction-analyzing anti-thyroid peroxidase antibody profiles: An immuno-dermatological perspective. Al-Rafidain Journal of Medical Sciences, 9(2), 290-295. https://doi.org/10.54133/ajms.v9i2.2558
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
S-MART AWC · 01
สำนักงานใหญ่ (ประเสริฐมนูกิจ)
ที่อยู่ อาคาร S-Mart AWC เลขที่ 35/2 ซอยประเสริฐมนูกิจ 29 (เมย์แล็บ) ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
S-MART AWC · 02
สาขา Inter (เพลินจิต–ชิดลม)
ที่อยู่ ห้อง G102 ชั้น G ศูนย์การค้าเพรสซิเด้นท์ ทาวเวอร์ (เชื่อมต่อโรงแรม Inter Bangkok) 973 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330


