
บทความสุขภาพและชะลอวัย · 5 ก.ย. 2569
ปวดหัวบ่อยใช่ "ไมเกรน" หรือเปล่า?
อาการปวดหัวบ่อย ปวดตุบ ๆ ข้างเดียว คลื่นไส้ ไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่น อาจไม่ใช่แค่ความเครียด แต่อาจเป็นสัญญาณของโรคไมเกรน งานวิจัยในอังกฤษพบว่าผู้ป่วยจำนวนมากยังไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม การพบแพทย์ จดบันทึกอาการ และใช้ยาตามคำแนะนำจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันอาการเรื้อรังและการใช้ยาเกินขนาด
เช็กสัญญาณเตือนและวิธีรักษาที่คุณอาจกำลังทำผิดพลาด
คุณเคยมีอาการปวดหัวจี๊ดๆ ปวดตุบๆ ข้างเดียว หรือบางครั้งก็ปวดจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันหรือไม่? หลายคนเมื่อมีอาการปวดศีรษะมักจะคิดว่าเป็นเพียงความเครียดหรือพักผ่อนน้อย และจบลงด้วยการซื้อ "ยาแก้ปวด" มารับประทานเอง แต่รู้หรือไม่ว่า อาการปวดหัวที่คุณเป็นอยู่อาจเป็นสัญญาณของ "โรคไมเกรน" (Migraine) ที่หากรักษาไม่ตรงจุด อาจทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิม!
ปวดหัวแบบไหน ถึงเรียกว่า "ไมเกรน"
ไม่ใช่ทุกอาการปวดหัวจะเป็นไมเกรน แต่จากข้อมูลพบว่าในกลุ่มผู้ที่มีอาการปวดศีรษะแบบปฐมภูมิ (Primary Headache) "ไมเกรน" คือโรคที่พบได้บ่อยที่สุดถึงเกือบ 80% อาการเบื้องต้นที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับไมเกรน ได้แก่:
- ปวดตุบๆ บริเวณขมับ มักปวดข้างเดียว (แต่อาจสลับข้างได้)
- ปวดรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
- มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
- ไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่นมากกว่าปกติ
- บางรายอาจมีอาการเตือนล่วงหน้า (Aura) เช่น เห็นแสงแฟลช หรือสายตาพร่ามัว
ปัญหาที่พบบ่อย: ผู้ป่วยมากกว่าครึ่งที่ไปพบแพทย์ มักถูกระบุเพียงว่ามีอาการ "ปวดศีรษะทั่วไป" ทำให้พลาดโอกาสในการรับยารักษาไมเกรนโดยเฉพาะ
ยาแก้ปวดทั่วไป vs ยาป้องกันไมเกรน: คุณใช้ยาถูกประเภทหรือไม่?
เมื่อไมเกรนกำเริบ สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงคือยาแก้ปวด แต่การพึ่งพายาแก้ปวดแบบเฉียบพลันเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด
- ยาบรรเทาอาการเฉียบพลัน: เช่น ยาแก้ปวดทั่วไป ยาในกลุ่ม NSAIDs หรือยาเฉพาะทางอย่างยาทริปแทน (Triptan) ยาเหล่านี้ช่วยลดอาการปวดได้ดีเมื่อกำเริบ แต่หากใช้บ่อยเกินไป (มากกว่า 10-15 วันต่อเดือน) อาจนำไปสู่ภาวะ "ปวดศีรษะจากการใช้ยาเกินขนาด" (Medication Overuse Headache) ซึ่งจะยิ่งทำให้คุณปวดหัวบ่อยและรุนแรงขึ้น
- ยาป้องกันไมเกรน: สำหรับผู้ที่ปวดหัวบ่อย (มากกว่า 4 ครั้งต่อเดือน) หรือปวดรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาสั่งจ่ายยาป้องกัน (Preventive Medication) เพื่อลดความถี่และความรุนแรงของโรค แต่ในความเป็นจริง พบว่าผู้ป่วยไมเกรนเพียงแค่ 1 ใน 3 เท่านั้นที่ได้รับยานี้ และบ่อยครั้งยังได้รับในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อการป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อควรระวัง: ทำไมควรหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่ม "โอปิออยด์" (Opioid)
แม้ว่าอาการปวดไมเกรนจะทรมาน แต่การใช้ยาแก้ปวดชนิดรุนแรงในกลุ่มโอปิออยด์ (Opioid) ไม่ใช่ทางเลือกที่แนะนำตามมาตรฐานสากล เนื่องจากมีผลข้างเคียงสูงและเสี่ยงต่อการติดยา แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่ายังมีการสั่งจ่ายยานี้อยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ดังนั้น หากคุณได้รับยาแก้ปวด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรให้แน่ใจว่าเป็นยาที่เหมาะสมกับโรคไมเกรนจริง ๆ
สรุป: ปวดหัวไมเกรน รับมืออย่างไรให้ปลอดภัยและหายขาด?
- อย่าทนปวด: หากอาการปวดหัวเริ่มกระทบการใช้ชีวิต หรือต้องกินยาแก้ปวดบ่อยกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาท
- จดบันทึกอาการ (Headache Diary): จดวัน เวลา อาการ และสิ่งกระตุ้น (เช่น อาหาร ความเครียด รอบเดือน) เพื่อช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น
- ปรับพฤติกรรม: นอกจากการใช้ยา การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น นอนหลับให้เพียงพอ และดื่มน้ำเยอะๆ ก็เป็น "เกราะป้องกัน" ไมเกรนที่ยอดเยี่ยม
อย่าปล่อยให้ไมเกรนมาขโมยความสุขในชีวิตของคุณ หากสงสัยว่าตนเองเป็นไมเกรน การได้รับคำปรึกษาและวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญที่สุด!
บรรณานุกรม
Watson, D. P. B., Pawinski, R., Czachorowski, M., Araghi, M., Williams, A. M., Randall, R., Camidge, L., Rottier, E., Gowman, H., Law, S., & O'Neil, G. (2026). Diagnosis and management of migraine in adults: A population-based study in England. BJGP Open. https://doi.org/10.3399/BJGPO.2025.0143
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
S-MART AWC · 01
สำนักงานใหญ่ (ประเสริฐมนูกิจ)
ที่อยู่ อาคาร S-Mart AWC เลขที่ 35/2 ซอยประเสริฐมนูกิจ 29 (เมย์แล็บ) ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
S-MART AWC · 02
สาขา Inter (เพลินจิต–ชิดลม)
ที่อยู่ ห้อง G102 ชั้น G ศูนย์การค้าเพรสซิเด้นท์ ทาวเวอร์ (เชื่อมต่อโรงแรม Inter Bangkok) 973 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330


