MSC Program Face Body Joint

สเต็มเซลล์ (Stem Cell) หรือ เซลล์ต้นกําเนิด คือเซลล์ของสิ่งมีชีวิตที่มีศักยภาพ ที่จะแบ่งตัวและพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดอื่น ๆ ได้ เพื่อใช้ในการทดแทนและซ่อมแซมอวัยวะ ที่เสื่อมสภาพจากโรค และความชรา ทุก ๆ วันร่างกายของเรา จะมีการตายของเซลล์เกิดขึ้น เช่น การตายของเซลล์ชั้นบนของผิวหนังที่กลายเป็นขี้ไคล หรือการตายของเม็ดเลือดแดง (ที่มีอายุเพียง 120 วัน) ในคนที่มีอายุน้อย สเต็มเซลล์ก็จะสามารถแบ่งตัวมาทดแทนเซลล์ที่ตายเหล่านี้ได้ แต่เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ปริมาณสเต็มเซลล์ที่เรามีอยู่ก็จะน้อยลงหรือมีการเสื่อมสภาพไป ผลที่เกิดขึ้นก็คือความเสื่อมในทุก ๆ อวัยวะและโรคในผู้สูงอายุ เนื่องจากปราศจากการซ่อมแซมจากสเต็มเซลล์ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุผลดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์จึงให้ความสนใจต่อการเพาะเลี้ยง สเต็มเซลล์ โดยหวังที่จะมาใช้ในการรักษาโรคถือเป็นวิทยาการใหม่ที่เรียกว่า Regenerative medicine (เวชศาสตร์ฟื้นฟูสุขภาพ) คือการใช้เซลล์มาช่วยในการรักษาโรค (cell-base therapy) แทนที่จะใช้แต่ยา เพียงอย่างเดียว

ในปัจจุบันเราจึงหันมาเก็บสเต็มเซลล์จากกระแสโลหิตแทน โดยการฉีดยาที่มีชื่อว่า Granulocyte colony stimulating factor (G-CSF) เข้าทางใต้ผิวหนัง 4วัน ติดกัน เพื่อกระตุ้นให้สเต็มเซลล์ ออกมาจากไขกระดูกเข้าสู่กระแสโลหิต เซลล์ต้นกําเนิดจากกระแสโลหิต สามารถถูกจัดเก็บได้ด้วยวิธีการคล้ายกับการบริจาคเลือด ที่เรียกว่า leukapheresis ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงโดยเลือด ส่วนเม็ดเลือดแดงและน้ำเลือดจะถูกคืนกลับสู่ร่างกาย

ในอดีตเมื่อพูดถึงการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ แพทย์มักจะหมายถึงการปลูกถ่ายไขกระดูก แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่าในไขกระดูกยังมีสเต็มเซลล์ อีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Stromal cell หรือ mesenchymal stem cell (MSC) ในระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา มีการนําเลือดจากไขกระดูกมาใช้ในการรักษาโรคอื่นๆ โดยการฉีดเข้าเฉพาะที่ เช่น ฉีดเข้าหลอดเลือดหัวใจ ในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด, ฉีดเข้าบริเวณแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน, ฉีดเข้าไขสันหลังในผู้ป่วยที่มีอาการทางสมอง และฉีดเข้าหลอดเลือดพอร์ตัลในผู้ป่วยที่เป็นตับแข็งหรือเบาหวาน ซึ่งเชื่อกันว่า ผลสําเร็จของการรักษาน่าจะมาจากคุณสมบัติ อันน่ามหัศจรรย์ของ MSC ที่มาจากไขกระดูกนั่นเอง

 

นอกจากไขกระดูก เรายังสามารถเพาะเลี้ยง MSC ได้จากสายสะดือ จากรก จากฟันน้ํานม และจากเซลล์ไขมัน นักวิทยาศาสตร์พบว่า กลไกการออกฤทธิ์ของ MSC น่าจะเกิดการที่ MSC สามารถสร้างสารชีวภาพหลาย ๆ ชนิด ที่ช่วยในการฟื้นฟูสภาพของอวัยวะนั้น ๆ (paracrine effect) และมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบ (anti-inflammatory effect) มีการนํา MSC มาช่วยในการป้องกันการเกิดภาวะ GvHD ในผู้ป่วยที่ได้รับ การปลูกถ่ายไขกระดูก จากการศึกษาในห้องทดลองพบว่า MSC จะยับยั้ง การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ป้องกันการตายของเบต้าเซลล์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างอินซูลิน ในสภาวะที่เหมาะสมเราสามารถเลี้ยง MSc ให้เป็นกระดูก และกระดูกอ่อน (cartilage) ซึ่งการค้นพบนี้อาจนําไปสู่การรักษาผู้ป่วยที่มีข้ออักเสบเรื้อรัง หรือคนไข้ที่ประสบอุบัติเหตุและกระดูกถูกทําลายเรียกได้ว่า MSC เป็นความหวังของการนําเซลล์มาช่วยในการรักษาโรค เพราะข้อแตกต่าง จากการใช้ยาซึ่งจะออกฤทธิ์เพียงหนึ่งอย่าง การใช้เซลล์มาช่วยในการรักษาโรค เปรียบเสมือนส่งแพทย์ตัวเล็ก ๆ เข้าไปในร่างกายและการออกฤทธิ์แตกต่างกันไป ตามสภาวะของโรคนั้น ๆ

มีการศึกษาพบว่า คนที่เจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรัง จะมีปริมาณเซลล์ต้นกําเนิดน้อยกว่าคนทั่วไป หรือจะอาจเป็นไปได้ว่าเมื่อคนเราชราลง ประสิทธิภาพและปริมาณของเซลล์ต้นกําเนิดก็อาจจะลดลง เหตุผลดังกล่าวนําไปสู่การรับฝากเซลล์ต้นกําเนิดเพื่อใช้ในยามชรา ซึ่งในปัจจุบันไม่เพียงแต่เราจะสามารถฝาก สเต็มเซลล์ที่มาจากเลือดสายสะดือ แต่เรายังสามารถฝากสเต็มเซลล์ที่มาจากรก,ไขมัน, ฟันน้ำนม, และแม้แต่เลือดประจําเดือน เรื่องที่น่ายินดีก็คือ เนื่องจาก MSC เป็นสเต็มเซลล์ ที่สามารถเพาะเลี้ยงได้ง่าย จึงมีความเป็นไปได้คนที่ได้ฝากสเต็มเซลล์เก็บไว้แต่วันนี้ อาจจะมีแหล่งสํารอง ของสเต็มเซลล์ไว้ใช้อย่างเหลือเฟือในอนาคต